<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผยประชาชนมีความสุขขึ้นหลัง&#039;คสช.&#039;เข้ามาเคลียร์ความขัดแย้งทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพลสอบถามเรื่องการเมืองกับความสุขของประชาชน พบ 62% &amp;nbsp;มีความสุขขึ้นหลัง คสช.เข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สิ่งที่คาดหวังต่อไป คือ การแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ &amp;nbsp;และช่วยค่าครองชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง การเมืองกับความสุขของประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,144 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 1 &amp;ndash; 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า เมื่อถามถึงภาพรวมของประเทศไทยเปรียบเทียบกับช่วงขัดแย้งการเมืองรุนแรงบานปลาย ก่อน รัฐบาลและ คสช. ได้เข้ามาแก้ปัญหาประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.8 ระบุว่า ดีขึ้นมากกว่าช่วงขัดแย้งการเมืองรุนแรงบานปลาย ในขณะที่ ร้อยละ 24.9 ระบุไม่ดีขึ้นและร้อยละ 12.3 ไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ บทบาทการเมืองที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ระบุแก้ปัญหาปากท้อง หาทางเพิ่มรายได้ประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 78.9 ระบุ เป็นตัวแทนช่วยลดความขัดแย้งในสังคม ทำบ้านเมืองสงบสุข ร้อยละ 73.5 ระบุ หาคนซื่อสัตย์สุจริตทำงานการเมือง ร้อยละ 60.7 ระบุให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหาต่อเนื่อง ร้อยละ 55.3 ระบุเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 54.6 ไม่ก่อม็อบ ปิดถนน สร้างเดือดร้อนประชาชน และร้อยละ 23.7 ระบุอื่น ๆ เช่น เป็นผู้นำแก้ปัญหาเดือดร้อน เข้าถึงประชาชน รวดเร็วฉับไว ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ปัญหาอะไรที่ต้องการให้การเมืองแก้ไขเร่งด่วน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.7 ระบุ ปัญหาค่าครองชีพ หนี้สิน รายได้ตกต่ำ รายจ่ายสูงขึ้น ร้อยละ 67.2 ระบุ ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดหนักในชุมชนและสถานบันเทิง ร้อยละ 65.5 ระบุ อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัย ร้อยละ 61.9 ระบุ อุบัติเหตุ ความปลอดภัยทางถนน ร้อยละ 58.2 ระบุ ปัญหาการศึกษา คุณภาพเด็กและเยาวชน ร้อยละ 47.6 ระบุ แก้ไขบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล ร้อยละ 44.3 ระบุ ปัญหาบริการสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำปะปา และโทรศัพท์ ร้อยละ 43.8 ระบุ มลพิษ ขยะ น้ำเน่า ร้อยละ 39.9 ระบุ ภัยพิบัติ น้ำท่วม และ ร้อยละ 20.5 ระบุอื่นๆ ได้แก่ สังคมเสื่อม คนไร้น้ำใจ เห็นแก่ตัว เด็กแว้น ซิ่ง บ่อนการพนัน อิทธิพล ปัญหาตกงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผอ. สำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลวิเคราะห์ความสุขของประชาชน เมื่อนึกถึง การเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ พบว่า ค่าคะแนนความสุขผ่านเส้นแบ่งกลางความสุขของประชาชนอย่างฉิวเฉียด คือความสุขของประชาชนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.14 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ดังนั้น กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องเร่งรีบปรับท่าทีใหม่ตอบโจทย์ความต้องการแก้ความเดือดร้อนของประชาชนด่วน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19258</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., การเมืองกับความสุขของประชาชน, ซูเปอร์โพล, นพดล  กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96f8251a22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนมองการเมืองไทย น้ำเน่าพอๆกับละคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพล ทำการสำรวจความคิดเห็น พบประชาชน 64% มองการเมืองไม่ต่างจากละคร พบจุดไคลแมกซ์ คือ ช่วงนับคะแนนเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง การเมืองไทย กับ การแสดงละคร ในอารมณ์นี้ของคนไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,124 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 20 &amp;ndash; 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุ การเมืองไทย กับ การแสดงละครไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ร้อยละ 35.3 ระบุแตกต่างกัน เมื่อถามถึงความสนใจต่อ การเมืองไทย กับ ละครทีวี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.9 ระบุสนใจละครทีวีมากกว่า ในขณะที่ ร้อยละ 26.1 สนใจการเมืองมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.5 ระบุ ดูละครทีวีได้ประโยชน์มากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 28.5 ระบุ ดูการเมืองไทยได้ประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงเหตุการณ์ตอนไหนในการเมืองที่น่าสนใจติดตามมากที่สุด พบว่า ช่วงนับคะแนนผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 40.8 การจับขั้วการเมืองช่วงเลือกตั้ง ร้อยละ 16.5 ปราศรัยหาเสียงช่วงเลือกตั้งร้อยละ 13.7 การลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาชาวบ้าน ร้อยละ 11.8 คณะรัฐมนตรีสัญจร ร้อยละ 5.6 การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 3.9 การแถลงข่าวของทำเนียบรัฐบาล ร้อยละ 2.1 การตอบโต้ไปมาผ่านสื่อ ร้อยละ 1.9 และร้อยละ 2.7 ระบุอื่นๆ เช่น การเมืองบันเทิง การประชุมสภาฯ และอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ในอารมณ์นี้ของประชาชนอยู่ในโหมดสนใจเรื่องการเลือกตั้งและที่เกี่ยวข้อง แต่ยังคงมองว่าการเมืองกับการแสดงละครไม่แตกต่างกัน และยังเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากการเมืองไม่มากเท่ากับ การดูละครทีวี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐยังคงทำงานเพื่อใคร จึงเป็นคำถามที่น่าคิดว่า ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งนี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐจะจริงจังเด็ดขาดแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนเหมือนช่วงแรก ๆ ของการเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยรัฐบาลหรือจะเกียร์ว่าง หรือจะอย่างไร จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองและอยู่ที่ใครมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16165</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองไทย กับ การแสดงละคร, การเมืองไม่ต่างจากละคร, ซูเปอร์โพล, นพดล  กรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b8211bf7d35f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วงคนไทย 64% กำลังมีปัญหาในการชำระหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง เจาะใจคนเป็นหนี้ เรื่องเศรษฐกิจและการเมือง น่าห่วงคนไทยมีปัญหากหนี้สินครัวเรือนพุ่ง แถมตอนนี้กว่า 64% มีปัญหาในการจัดการหนี้ เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง เจาะใจคนเป็นหนี้ เรื่อง เศรษฐกิจและการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,104 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 9 &amp;ndash; 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.8 ยังเดือดร้อนจากปัญหาหนี้สินครัวเรือน ในขณะที่ร้อยละ 37.2 ไม่เดือดร้อน โดยพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.9 เป็นหนี้นอกระบบและร้อยละ 58.4 เป็นหนี้ในระบบ เช่น สถาบันการเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิตต่างๆ และที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.3 กำลังแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนด้วยความยากลำบาก ในขณะที่ร้อยละ 35.7 ระบุยังสามารถหมุนเงินได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.1 หวังพึ่งมาตรการของรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 15.9 ไม่หวังพึ่งอะไรจากรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจ 5 กระทรวงหลักที่แก้ปัญหาหนี้ได้ตรงจุดของประชาชน พบว่า อันดับแรก ร้อยละ 46.9 ระบุกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองลงมาคือร้อยละ 45.4 ระบุกระทรวงการคลัง ร้อยละ 41.1 ระบุกระทรวงกลาโหม ร้อยละ 35.6 ระบุกระทรวงแรงงานและร้อยละ 34.2 ระบุกระทรวงพัฒนาสังคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 39.2 ระบุธนาคารที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินได้ตรงจุดได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ รองลงมาคือ ร้อยละ 36.6 ระบุธนาคารออมสิน ร้อยละ 35.8 ระบุธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร้อยละ 30.9 ระบุธนาคารพาณิชย์ต่างๆ โดยร้อยละ 48.7 ได้ข่าวว่าเศรษฐกิจของประเทศดี ร้อยละ 45.2 ได้ข่าวว่า เศรษฐกิจไม่ดี และร้อยละ 6.1 ไม่ได้ข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเรื่องการเมืองแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.4 เห็นด้วยเพราะจะช่วยทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น แก้ปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง ลดปัญหาโกงการเลือกตั้งลงได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 39.6 ไม่เห็นด้วย เพราะกระทบต่อการเลือกตั้ง เป็นเกมการเมือง เพิ่มความซับซ้อนยุ่งยาก ไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร เป็นต้น นอกจากนี้ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.7 คิดว่าการแก้กฎหมายเลือกตั้งมีผลต่อการเลื่อนเลือกตั้ง แต่ร้อยละ 48.3 คิดว่าไม่มีผล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ธ.ก.ส., นพดล  กรรณิกา, ปัญหาการชำระหนี้, หนี้สินครัวเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6f857f5fd1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้าน 3 จังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง กว่า 63% ยังไม่รู้ว่า อีอีซี คืออะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักวิจัยซูเปอร์โพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน 3 จังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ในเรื่อง ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กว่า 63%ไม่รู้ว่า อีอีซี คืออะไร แจงไม่มีหน่วยงานรัฐมาให้ข้อมูล แถมกังวลปัญหาผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง โพล ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพในจังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และ ระยอง จำนวน 1,249 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนในจังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.8 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.1 เคยได้ยินแต่ไม่รู้จักว่า ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC คืออะไร และเมื่อถามว่า เคยพบเห็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชนลงพื้นที่ ให้ชาวบ้านได้ข้อมูล เห็นประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับจาก ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 ไม่เคยพบเห็นเลย มีเพียงร้อยละ 9.3 เท่านั้นที่เคยเห็นและให้ข้อมูลชัดเจน และร้อยละ 17.4 ระบุเคยเห็นแต่ให้ข้อมูลไม่ชัดเจนยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามว่า เคยพบเห็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชนลงพื้นที่ เตรียมความพร้อม ประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์จากระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.6 ไม่เคยพบเห็น มีเพียงร้อยละ 5.7 ที่เคยเห็นและได้เตรียมความพร้อมให้คนในพื้นที่แล้ว และร้อยละ 11.7 เคยเห็นแต่ยังไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.5 กังวลเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษจากการลงทุน EEC และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.6 กังวลเกี่ยวกับ ขยะพิษ จากการลงทุน EEC&amp;nbsp; ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.9 กังวลเกี่ยวกับ การจ้างงานคนนอกพื้นที่มากกว่าคนในพื้นที่จากการลงทุน EEC นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.9 กังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ จากการลงทุน EEC และเมื่อถามถึง ความกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการลงทุน EEC พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.7 กังวล ในขณะที่ร้อยละ 28.3 ไม่กังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.6 ระบุว่าจำเป็นต้องมีหน่วยงานรัฐและเอกชน ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และมีเพียงร้อยละ 4.4 ระบุไม่จำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ซูเปอร์โพล, นพดล  กรรณิกา, ผลสำรวจความคิดเห็น, ระยอง, ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2efc0a20f50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผยคนจนมีความสุขมากกว่าคนรวย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพล สำรวจความสุขชุมชนคนไทย พบคนจนมีความสุขมากกว่าคนรวยในเกือบทุกด้าน ยกเว้นเรื่องเงิน &amp;nbsp;ส่วนคนชั้นกลางมีความสุขน้อยที่สุดในเกือบทุกด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค. 2561 นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ความสุขชุมชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,114 &amp;nbsp;ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 1 &amp;ndash; 10 มีนาคม พ.ศ. 2561 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือ 98.1% ภูมิใจมากที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย เมื่อจำแนกตามระดับรายได้ น้อย รายได้ปานกลาง และรายได้มาก พบว่า ผู้มีรายได้น้อยกลับมีความภูมิใจที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทยมากที่สุดคือ 98.7% รองลงมาคือ ผู้มีรายได้ปานกลาง 96.5% และผู้มีรายได้มาก 97.4% ที่ภูมิใจได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ค่าคะแนนเฉลี่ยความสุขตอบโจทย์ความสุขชุมชน เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน จำแนกตามระดับรายได้ พบว่า ผู้มีรายได้น้อยกลับมีความสุขสูงสุดในเกือบทุกตัวชี้วัดความสุขชุมชนยกเว้นเรื่องเงินในกระเป๋าของตนเองที่เมื่อนึกถึงแล้วมีความสุขต่ำสุดโดยพบว่า ผู้มีรายได้น้อยมีค่าคะแนนเฉลี่ยความสุขสูงที่สุดอยู่ที่ 9.26 คะแนนที่ได้เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันแสดงความจงรักภักดี ทำความดีถวายในหลวง เช่น เป็นคนดี มีวินัย ปกป้องการล่วงละเมิดสถาบัน ใช้ชีวิตพอเพียง ทำหน้าที่ มีจิตอาสา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีน้ำใจ สู้ปัญหาชีวิต ไม่ท้อ ไม่โกง เป็นต้น สูงกว่าผู้มีรายได้มาก 9.12 คะแนนและ ผู้มีรายได้ปานกลาง 8.95 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความสุขในครอบครัว ผู้มีรายได้น้อยอยู่ที่ 8.65 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 8.39 คนรายได้มากอยู่ที่ 8.48 ด้านความสุขต่อวัฒนธรรม งานบุญ งานบวช คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 8.33 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 7.81 และคนรายได้มากอยู่ที่ 8.23 ด้านความสุขที่เห็นคนไทยรักกัน ช่วยเหลือเกื้อกุลกัน คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 7.89 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 7.63 และคนรายได้มากอยู่ที่ 7.83&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ด้านความสุขในชุมชนที่พักอาศัย คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 7.58 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 7.20 และคนรายได้มากอยู่ที่ 7.30 ด้านความสุขเมื่อได้ช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 7.20 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 6.28 และคนรายได้มากอยู่ที่ 6.91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ความสุขชุมชนใน 3 มิติ ได้แก่ ด้านความปลอดภัยนอกบ้าน พบว่า คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 6.56 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 5.93 และคนรายได้มาก อยู่ที่ 5.98 ด้านความสุขเมื่อนึกถึงสถานการณ์การเมือง คนรายได้น้อยมีความสุขอยู่ที่ 5.22 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 4.60 และคนรายได้มากอยู่ที่ 4.81 &amp;nbsp;และด้านความสุขเมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตนเอง พบว่า คนรายได้น้อยมีความสุขต่ำสุดคือ 5.21 คนรายได้ปานกลางอยู่ที่ 5.49 และคนรายได้มากมีความสุขอยู่ที่ 6.23&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4713</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, คนจน, คนรวย, คืนความสุข, ซูเปอร์โพล, นพดล  กรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa490f694b8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลฮือฮาอีก 6 เดือนข้างหน้าเงินในกระเป๋าจะเพิ่มขึ้น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพดล &amp;nbsp;กรรณิกา&lt;/p&gt;

24 ก.พ. 61 - ดร.นพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลการศึกษา ต่อเนื่อง Poll Fact Sheet เพื่อความสุขคนไทย เรื่อง วิจัยผู้บริโภค กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 400 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 15 &amp;ndash; 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา พบว่า มีสัญญาณดีที่ผู้บริโภค มนุษย์เงินเดือนจำนวนมากหรือร้อยละ 49.0 ระบุเงินในกระเป๋าจะเพิ่มขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า ในขณะที่ร้อยละ 32.5 ระบุจะดีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 13.8 ระบุจะแย่เหมือนเดิมถึงแย่ลง และร้อยละ 4.7 ไม่ตอบ

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ บริษัทขายบ้าน 3 อันดับแรก เมื่อจะซื้อบ้าน พบว่า ร้อยละ 18.5 ระบุ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ร้อยละ 14.0 ระบุ แสนสิริ และร้อยละ 4.3 ระบุศุภาลัย และเมื่อถามถึง รถยนต์ 3 อันดับแรก เมื่อจะซื้อ พบว่า ร้อยละ 24.3 ระบุ ฮอนด้า ร้อยละ 18.5 ระบุ บีเอ็มดับเบิ้ลยู และร้อยละ 15.5 ระบุ โตโยต้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ของกิน ของใช้ 3 อันดับแรกที่มองหา เมื่อเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ พบว่า ร้อยละ 58.0 ระบุ น้ำ เครื่องดื่ม ร้อยละ 22.0 ระบุ ขนม และร้อยละ 8.0 ระบุ ไส้กรอก ข้าวกล่อง และเมื่อถามถึง รถแท็กซี่ เมื่อจะเดินทาง พบว่า ร้อยละ 25.3 ระบุ แกร็บ แท็กซี่ ร้อยละ 6.8 ระบุ อูเบอร์ และร้อยละ 6.8 ระบุ ออลไทย แท็กซี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อ ถึง ร้านฟาสต์ฟู้ดต่างชาติ ที่จะกิน เมื่อเดินเข้าห้างสรรพสินค้า พบว่า ร้อยละ 44.8 ระบุ เคเอฟซี ร้อยละ 20.8 ระบุ แมคโดนัลด์ และร้อยละ 4.5 ระบุ เบอร์เกอร์คิง ในขณะที่ ร้านกาแฟ เมื่อจะนั่งดื่ม พบว่า ร้อยละ 39.0 ระบุ สตาร์บัคส์ ร้อยละ 35.5 ระบุ อเมซอน และร้อยละ 25.5 ระบุอื่นๆ เช่น ทรูคอฟฟี่ ชาพยอม แบล็คเคนยอน เป็นต้น ต่อมาถามว่า ยาสระผมที่จะซื้อใช้ยี่ห้ออะไร 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 27.3 ระบุ ซันซิล ร้อยละ 16.5 ระบุ แพนทีน และร้อยละ 11.8 ระบุ โดฟ สุดท้ายเมื่อถามถึง สบู่ ที่จะซื้อใช้ พบว่าร้อยละ 35.0 ระบุ ลักส์ ร้อยละ 14.5 ระบุ นกแก้ว และร้อยละ 9.0 ระบุ โพรเทคส์ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการ ซูเปอร์โพล กล่าวว่า วิจัยผู้บริโภค โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการต่างๆ ได้มีข้อมูลสำรวจเพื่อประโยชน์สาธารณะใช้ประกอบการตัดสินใจพัฒนา ของกิน ของใช้และการให้บริการ เพิ่มคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อเพิ่มความพึงพอใจและความสุขของผู้บริโภคโดยรวมต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3795</URL_LINK>
                <HASHTAG>6เดือน, นพดล  กรรณิกา, มนุษย์เงินเดือน, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล, เงินเดือน, เงินในกระเป๋า, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90da28b2a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
